เรื่องการที่เด็กถูกเพื่อนแกล้งนั้น เป็นปัญหาหนักอกหนักใจไม่น้อยทั้งคุณครูและคุณพ่อ คุณแม่  เมื่อเจ้าตัวเล็ก วิ่งมาฟ้องว่า "ถูกเพื่อนรังแก" แล้วจะสอนเค้ายังไงดีนะ
 
มีเด็กชายตัวกลมน่ารักคุยกับครูปอย "พ่อสอนว่าถ้าถูกเพื่อนตี ให้ผมตีตอบ ให้มันแพ้ไปเลย" ฟังแล้วตกใจค่ะ คิดในใจ "เอาล่ะสิ เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว" จริงๆ ทุกคนมีเลือดนักสู้ค่ะ โดยเฉพาะศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ฆ่าได้ หยามไม่ได้ แต่เรื่องการถูกเพื่อนวัยใส แกล้งนั้นคนละเรื่องกันนะคะ เพราะเด็กยังไม่มีวิจารณญาณมากพอที่จะเข้าใจว่าอะไรผิด อะไรไม่ผิด มีนักเรียนผู้ชายหลายคนเลือกวิธีแก้แค้น เพื่อป้องกันตัวเอง ซึ่งจะเป็นปัญหาในอนาคตค่ะ
 
วิธีปรับความเข้าใจกับเด็ก
 
1. เข้าใจหาสาเหตุนั้นเพราะอะไร จะสอนเด็กๆ เสมอว่าถ้าถูกเพื่อนรังแกให้มาแจ้ง ผู้ใหญ่จะได้หาต้นเหตุของปัญหาอย่างเป็นกลาง อย่าแก้แค้นเอง เพราะไม่ใช่วิธีของผู้มีปัญญา
 
2. ให้เค้าอยู่ห่างไกลจาคนพาล ถ้าเขาจะเข้ามาทำร้าย หรือพูดจาเยะเย้ย เดินหนีไป การเดินหนีไม่ได้หมายความว่าว่ายอมแพ้ แต่เราชนะที่ได้ควบคุมอารมณ์โกรธ ควบคุมสถานการณ์นั้นไว้อยู่หมัด ยิ่งทำเฉยๆ ไม่ทุกข์ร้อนอะไร ยิ่งทำให้คนที่จะมาทำร้ายเรายิ่งโมโห คนที่เป็นทุกข์ก็คือ คนคนนั้นต่างหาก ไม่ใช่เรา สบายตัว สบายใจ จริงๆ เลยนะเรา ฮ่าๆๆๆ
 
3. ถ้าทำอย่างไร คนนั้นไม่ยอมหยุด ให้ใช้ท่าทางที่ขึงขัง ทำนองที่ว่าเราเอาจริงละนะ  อย่ามายุ่งกับฉัน และไม่สนใจเค้าอีกเลย เด็กๆ เป็นวัยทีกำลังเรียนรู้สิ่งต่างๆ เยอะแยะไปหมด มีความสนใจเพียงชั่วขณะ หากทำอะไรแล้วไม่มีการตอบสนอง ไม่สนุก การกระทำนั่นก็จะหยุดไปค่ะ
 
 
ปลูกฝังตั้งแต่เล็กๆ นะคะ จะได้ไม่มีปัญหาเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่อยากได้ยินข่าวน่าเศร้าอีกเลยว่ามีกลุ่มนักเรียนยกพวกตีกัน เพราะศักดิ์ศรีของสถาบัน (แค่นี้เอง) เพราะมีคนอีกมากมายต้องมาเดือดร้อนและสังเวยชีวิตแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
 
เครดิตภาพจาก : http://www.newparent.com/parenting-101-featured/dont-go/
Hello.......ฮาลโหล 1 2 3....อะ แฮ่ม ๆ
.
ไม่ได้เขียนบล็อกมานานอีกแล้ว.....ปอยมัวไปสอนภาษาอังกฤษและทัศนศิลป์ รร.ประถม มาระยะหนึ่งค่ะ กลับบ้านมาก็เหนื่อย เพลีย.....หลับ....ZZZzzzz คนที่เป็นครูด้วยกันคงเข้าใจดี.....เนอะ เนอะ
..
วันนี้ขอแชร์ประสบการณ์การสอนภาษาอังกฤษกันค่ะ จริงๆ แล้วปอยเองไม่จบการสอนภาษาอังกฤษมา เคยแค่ทำงานใช้ภาษาอังกฤษแบบงูๆ ปลาๆ มาบ้าง แต่ด้วยหน้าที่ครูอย่างเรา(ในตอนนั้น)ทำได้ทุกอย่างค่ะ
..
เคยสงสัยมั้ยค่ะว่า ทำไม๊ ทำไม เราเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่เล็กจนโต เจอฝรั่งทีไร ถ้าไม่ยิ้ม ก็ต้องหลบทุกที.....สารภาพเลยค่ะว่า ปอยก็เป็น(อุ๊ย!! อายจัง) จนวันหนึ่งฝรั่งถามว่า "ยูเรียนอังกฤษ มากี่ปีทำไมภาษายูถึงได้แค่เนี้ย" ตอนนั้นพอฟังรู้เรื่องบ้าง โกรธสิคะ....โกรธ..... ตั้งแต่นั้นมาเลยมีแรงฮึดค่ะ หาหนังสือมาอ่าน ฝึกฟัง ฝึกพูดกับฝรั่งเยอะๆ  ในที่สุด แต่น แต่น แต้นนนน....บรรลุ ภาษาอังกฤษแบบ งูๆ ปลาๆ ขั้นสูง....คุยกับฝรั่งแบบไม่กลัว ทั้งๆ ที่รู้แหละว่ามันผิด
.
..
เอางี้ละกันค่ะลองมาวิเคราะห์เป็นข้อๆ กันดูว่าทำไมคนไทยถึงเป็นเช่นนี้ (ขำนะคะ ผู้เชียวชาญภาษาอังกฤษควรชี้แนะ)
1. เราเรียนเยอะมากค่ะ แต่ไม่ได้ใช้งานจริง....พอกลับบ้านมาจะทักว่า...Hi Mom Hello...Dad พ่อแม่บางท่านอาจเอาตะหลิวขว้างมา "แหม๊....แกนี่กระแดาะ จริงๆ"
.
วิธีแก้ไข....สร้างความเข้าใจให้ที่บ้านเข้าใจค่ะ ว่าเรากำลังฝึกพูดภาษาอังกฤษอยู่ เข้าใจกันบ้าง(ไม่ต้องขนาดเสียใจจนไปพึ่งยาเสพติดนะ) ร้องเพลงเป็นภาษาอังกฤษ พูดๆๆๆ เยส โน โอเค แต้งกิ้ง เพื่อสร้างความความอินเตอร์ในครอบครัวค่ะ
.
2. ประเทศไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร...(เออ อันนี้ภรรยาฝรั่งวิเคราะห์มาให้ค่ะ) ภาษาราชการก็ต้องแปลไทยเป็นไทย...ไม่รู้จะเรียนภาษาอื่นเพิ่มทำไม....
.
วิธีแก้ไข....ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน หาทางไปเมืองนอกค่ะ เอาชีวิตรอดต่างบ้านต่างเมืองให้ได้ สร้างแรงบัลดาลใจ หรือไม่ก็ประเทศเพื่อนบ้านก็ได้ค่ะ จะได้รู้ว่า ภาษาอังกฤษของบ้านเค้าดีว่าเราเยอะ จะได้เกิดความอายค่ะ
.
3. ไม่รู้เรื่องมาตั้งแต่กำเนิด....เป็นกันหล๊าย หลายใช่บ่คะ?....
.
วิธีแก้ไข....เปิดใจรับ เราอาจเคยเจอเพื่อนเราบ่นเวิ่นเว้อเป็นภาษาต่างชาติในเฟสบุค แล้วเราก็ไม่ใส่ใจอ่านมันอีกเลย...ใช่ค่ะ เราไม่รู้เรื่องแต่ถ้าเราหยุดอ่าน บางคำไม่เข้าใจก็แปลสิคะ เดี๋ยวเสิร์ชในกูเกิ้ลง่ายจะตายไป เราจะถึงบางอ้อ..."ออ ยัยนี่กำลังนินทาเราอยู่นี่หว่า เดี๋ยวตอบ(ด่า)เป็นภาษาอังกฤษซะเลย ชิ!!!"
.
4. บางคนมีความรู้ดี แต่มัวแปลไทยเป็นอังกฤษอยู่ในหัวกว่าจะได้อ้าปากพูด ฝรั่งเดินหนีไปโน่นแล้ว....
.
วิธีแก้ไข....คิดอะไรได้พูดออกไปเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวผิด ฝรั่งเข้าใจเราค่ะ เพราะเค้าเองก็ใช้เวลานานกว่าจะพูดภาษาไทยได้.....
อีกวิธีเสริมแรง เพิ่มความจดจำให้กับการสอนภาษาอังกฤษเด็กๆ
คือการให้ทำ Mind Mapping จดจำคำศัพท์เป็นรูปภาพค่ะ
.
...
.....
ใครแวะเวียนมาอ่านบล็อกนี้ ช่วยกันวิเคาระห์พร้อมกับเสนอวิธีการแก้ไขกันสิคะว่า "ทำไม๊ ทำไม เรียนภาษาอังกฤษตั้งนาน ไม่เก่งซักที" มีรางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับหนองตอง-ห้วยตึงเฒ่า...2 ที่นั่งให้ค่ะ (อะ.... ล้อเล่น)
.
..
...
จุดเริ่มต้นง่ายๆ ต่อไปนี้เราเจอฝรั่งที่ไหนอย่ากลัววววววว....(กระโดดใส่)เข้าไปทักทายกันค่ะ ^^
มาอีกแล้วค่ะกับกิจกรรมเล่นกับลูก...หรือใครที่ยังไม่มีลูกก็เล่นกับหลานก็ได้นะคะ....ส่วนครูปอยเอง...เอาไว้เล่นกับลูกศิษย์จ้า....
ตอนนี้มีชื่อว่า แก้วมหัศจรรย์...แล้ววววอะไรจะมหัศจรรย์ปานนั้นนนน...จริงๆ เป็นการต่อยอดมาจากการเรียนวิทยาศาสตร์เรื่องการหักเหของแสงค่ะ เรียนแต่ทฤษฎีแต่ไม่เห็นภาพคงเบื่อกันแน่ๆ บังเอิญได้ดูรายการ"ครูมืออาชีพ" ช่อง Thai PBS เกิดไอเดีย...ถ้าไม่ได้เอามาใช้กับเด็กๆ คงเสียดานมากแน่ๆ
เอาล่ะค่ะมาดูอุปกรณ์กันเลย
1.แก้วพลาสติก 2 ใบ
2.ปากกาเมจิก
3.กะละมังหรือถังน้ำใบใหญ่ๆ ใส่น้ำให้เกือบเต็ม
อุปกรณ์ก็หาง่าย วิธีทำก็สุดง่าย วาดรูปลงในแก้วทั้ง 2 ใบ ปอยวาดเป็นรูปแมลง ใบที่ 1 เป็นแค่ลายจุด ใบที่ 2 วาดรูปตัวแมลงค่ะ (แก้ว 1 ใบ วาดได้หลายรูป สังเกตดูด้านหลังมีรูปนกอยู่ด้วยย)
เอาแก้วทั้ง 2 ใบมาซ้อนกัน ให้แก้วใบที่มีลายจุดซ้อนอยู่ข้างใน ก็จะได้แมลงเป็นแบบนี้
มาถึงตอนสนุกแล้ว เอาแก้วจุ่มลงในถังที่มีน้ำ ลองพุดคุยกับเด็กๆ ว่าอะไรจะหายไป....
เอาละ...ลายจุดเริ่มหายไปแล้ว
เมื่อนำลายจุ่มลงน้ำหมด ผลปรากฎว่า...ลายจุดๆ ของแมลงหายไปหมดเลย...
ไหนๆ เอาแก้วขึ้นมาจากน้ำซิ....อ้าว ลายกลับมาเหมือนเดิม
คำอธิบายเกี่ยวกับการทดลองนี้ค่ะ
ตัวกลางมากกว่า 2 ชนิดขึ้นไป เมื่อแสงกระทบกับวัตถุแล้วสะท้อนเข้าตาเราซึ่งผ่านตัวกลางตั้งแต่ 2 ชนิด ที่มีความหนาแน่นต่างกัน จะทำให้การมองเห็นคลาดเคลื่อนไป เป็นอย่างนี้เพราะการหักเหของแสง
.
ปอยพูดคุยถึงเรื่องของวิเศษโดเรมอน...บางอย่างก็สามารถทำได้ตามหลักวิทยาศาสตร์....เด็กๆ ตื่นเต้นพากันคิดกันใหญ่เลยว่าของวิเศษอันไหนจะสามารถมาทำได้จริง ไม่แน่นะคะ อนาคตที่จะมาถึงเร็วๆ นี้ อาจได้เห็นของวิเศษจากฝีมือเด็กไทยก็ได้.....หวังไว้ว่าเป็นอย่างนั้นค่ะ

 

กิจกรรมนี้ฟังดูน่าหวาดเสียววว...มิใช่น้อย....ก็ไม่ให้หวาดเสียวได้ยังไงละคะ เพราะจะให้เด็กๆ โยนไข่ไก่จากที่สูงไม่ให้แตก สอนกิจกรรมนี้ที่ไหน...ก็สร้างความเฮฮาที่นั่น....เด็กๆ บางคนเอาจริงเอาจัง เอาไปนอนฝันก็มีนะ...วุ่นจนผู้ปกครองต้องโทรมาถาม.... อิอิ

โจทย์ก็ง่ายๆ ให้ทำ"สิ่งประดิษฐ์พิทักษ์ไข่"ขึ้นมา ชวนคิดว่าจะเอาวัสดุอุปกรณ์อะไรดีมาทำดี... หาข้อมูลได้เต็มที่ จะเสิร์ชดูในอินเตอร์เน็ตก็ไม่ห้าม ตามสบายเลยจ้าหนูๆ
ใช้อะไรก็ได้ที่อยู่รอบตัวเรา...ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายนะคะ
แล้วแต่ไอเดีย สุดจะครีเอท.......เอ เอากะละมัง มาทำอะไรกันน๊า....
เมื่อประดิษฐ์เสร็จแล้วแล้วก็โยนมันลงมา....
มีแตกบ้าง...มีร้าวบ้างงงง
ไข่(ไก่)ของใครไม่แตก...ก็เอามาทำไข่เจียว...กินกันซะเล้ยยยย
ง่ายและสนุก ที่สำคัญปอยไม่เฉยนะคะ ว่ามีวิธีใดบ้างที่ทำไม่ให้ไข่เสียหาย แต่มีเยอะมากๆ จริงๆ ลองไปหาข้อมูลมา เอาเป็นว่า....ใบ้ให้นิดนึงก็ได้ "วัตถุต่างๆ มีโมเมนตัมของตัวเอง"
บ๊าย บาย ค่ะ...^__^
ปล.รูปกิจกรรมนี้ มาจากแคมป์เมื่อปีที่แล้วจ้า ถ้าเอาไปใช้อย่าลืมให้เครดิตบล็อกนี้ด้วยนะ
เฮ้ๆๆๆ...ปิดเทอมแล้ว...เป็นเวลาพักผ่อนของคุณครูและหนูๆ น้องๆ ที่สำคัญเป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองได้ทำกิจกรรม ใช้เวลาร่วมกันภายในครอบครัว......
ครูปอยจะเตือนเสมอว่าอย่าปล่อยให้เด็กๆ เอาแต่นั่งอยู่หน้าจอไม่ว่าจะเป็นทีวีหรือคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืน เพราะอาจเป็นทำให้พัฒนาการเค้าช้ากว่าเพื่อนๆ นิสัยก้าวร้าว สมาธิสั้น มุ่งแต่เอาชนะ...ซึ่งไม่เป็นผลดีกับเค้าในอนาคตเลย
วันนี้เลยนำเอากิจกรรมดีๆ ที่สอนใน "นักคิดตัวน้อย แคมป์" มาฝากค่ะ ไม่สงวนลิขสิทธ์ เพื่อให้เค้าได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 กับสิ่งของต่างๆ เป็นมิติ...ไม่ใช่แค่สัมผัสจากการมองจอแก้วเท่านั้น
กิจกรรมนี้มีชื่อว่า...."รังมดจำลอง" เกิดจากมีเจ้าหนูทำไม ถามบ่อยๆ ว่าในรังมดเป็นยังไง
 
อุปกรณ์..
1.กระดาษลัง...ขนาดไหนก็ได้นะ
2.กระดาษสี
3.กระดาษปอนด์...จริงๆ กระดาษขาวอะไรก็ได้ค่ะ ให้เค้าวาดรูปมดหรือรูปตกแต่งต่างๆ ลงไป
3.สีไม้
4.ทราย
5.สำลี
6.กาวลาเท็กซ์ กรรไกร คัทเตอร์
 
ขั้นตอนการทำ
 
1.ผู้ใหญ่อธิบายให้เค้าฟังว่าในรังมด มีห้องต่างๆ มากมาย มีห้องเก็บอาหาร ห้องไข่และตัวอ่อน ห้องวางไข่ของราชินีมด ห้องมดงานดูแลลูกมดที่เกิดใหม่ ห้องที่กำลังเร่งสร้างใหม่ ห้องทิ้งขยะ...  ให้เด็กๆ จินตนาการวาดรังมดเป็นห้องๆ ใต้ผืนดินขึ้นมา (ถ้าวาดไม่ป็นเราก็ร่างให้ตามคำบอกของเค้า) จากนั้น ผู้ใหญ่ช่วยฉลุเอากระดาษลังออกครึ่งหนึง ก็จะได้กระดาษลังที่มีความลึก..ไว้โรยทราย
2.ให้เด็กๆ วาดรูปมด ดอกไม้ รูปประกอบต่างๆ ลงบนกระดาษปอนด์ลงสีให้สวยงาม หรือตัดกระดาษสี
เป็นใบไม้ พุ่มหญ้า ก้อนหิน...ตามชอบ
3. ทากาวลาเท็กซ์ลงในช่องรังมด โรยทรายให้เต็มช่อง ปล่อยให้กาวแห้งค่อยเททรายส่วนที่ไม่ติดกาวทิ้งไป
4.ขั้นตอนกแต่ง เด็กๆ ช่วยกันติดมด ใช้สำสีทำเป็นก้อนเล็กๆ เป็นไข่มด...ตามจินตนาการ
ความสนุกของาน อยู่ตรงนี้หล่ะ..เพราะเด็กๆ เค้าจะพูดถึงมดแต่ละห้องที่เค้าออกแบบขึ้นด้วยความน่ารัก
อมยิ้ม อย่างนี้...แสดงว่ามีความสุขมากนะเนี่ย....
ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ ที่จะลองเอาไปเล่นกับเค้าดูช่วงปิดเทอมนี้....