เห่อเต็นท์เจ้าค่า เอ้ยยยยย

วิคเตอร์ซื้อเต็นท์มาใหม่(อันสีเขียวนั้นหล่ะ)จาก คาร์ฟูแถวบ้าน ตื่นเต้นๆ  ข้างถุงบอกกว่านอนได้สองคน พอกางออกมา 555+ รูปทรงตลก เล็กๆ ยาวๆ (อย่าคิดลึกนะ) นอนได้สองคนจริงๆ แต่ต้องผอมหน่อย เตอร์กะน้าปอยคงยัดเข้าไปไม่ได้.......โทรไปยืมของน้าปิ๊กอีกหลังดีกว่า คราวนี้นอนได้สองคนเจงๆ ดีที่หลังบ้านมีชานกว้าง ไหนๆ ก็กางละ นอนกันเลยดีกว่า ตั้งแคมป์กินหมูกระทะท้าหนาวฉลองวันเกิดเต็นท์ (เอ รู้สึกว่าค่าหมูจะแพงกว่าเต็นท์นะนี่)

นัดกันทุกวันศุกร์ไม่ก็เสาร์ สงสัยพวกเราจะเห่อกันอีกหลายอาทิตย์ ข้างบ้านคงขำๆ บ้านเราทำอะไรกันนี่ มีที่นอนอุ่นๆ ไม่ชอบ ชอบมานอนนอกบ้าน

ไฮเทคโนโลยีนะค๊า อยู่เต็นก็ไม่พลาดการสื่อสาร คลิกเมาท์กันค๊อกแค๊ก

 

เพลงฉลองวันเกิดเต็นท์

ทำนอง แฮปปี้เบิร์ทเดย์

เ ต็ น ท์ ร า ค า ส อ ง ร้ อ ย สิ บ เ ก้ า.......เ ต็ น ท์ ร า ค า 2 1 9

ซื้ อ อ า ห า ร ม า จั ด ป า ร์ ตี้ ก า น...........ร า ค า แ พ ง ก ว่ า เ ต็ น ท์ เ อ ย

 

 

อยากเม้าท์มานานแล้ว.....เรื่องหลานจอมซ่า ช่วงนี้พักงาน ว่างงงงงมากกกกจ้า ขอซักทีเถอะมีหลานกะเค้าอยู่คนเดียว เป็นขวัญใจประจำบ้าน ฉลาด เก่งและก็ซนซ่าอย่าบอกใคร อยู่ ป.3  ร.ร.ปริ้นส์ฯ นะคร๊าบ

เรื่องของเรื่องคือช่วงหลังๆ มาเนี่ย เราซี้กันมากประดุจเหมือนดั่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ชาติปางใด ชอบคุยทับถมกัน(มันส์ดี) ไปไหนมาไหน "วิคเตอร์" ไม่เรียกเราว่า "น้าปอย" อีกต่อไป เรียกว่า "ปุ๊กปอย" เฉยๆ ซะงั้น เราเลยเรียกมานว่า "ลิงลิง" มั่ง แต่จะมีเคืองถ้าเรียกว่า "หมูมาม่า"

เมื่อสิงหาที่ผ่านมา วิคเตอร์หนักแค่ 31 กก. แต่........ตอนนี้ต้นเดือนธันวา วิคเตอร์น้ำหนักปาเข้าไป 37 กก. แล้วว โอ้ววววว แม่เจ้า (เอ้ย หุ่นใกล้เคียงกันไปทุกที) กินข้าวจานเดียวไม่มีอิ่ม ขอเบิ้ลตลอด 2 3 4...จาน มีคำพูดประจำตัวว่า "เตอร์ยังไม่อิ่มเลย ได้แค่ 49% เอง" มีการวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ด้วย เคยคุยเล่นๆ ไว้ว่า "โอมเพี้ยงขอให้เตอร์มีน้ำหนัก 40 โล ในปีนี้" เตอร์ตอบทันควัน "ขอให้คำพูดสะท้อนกลับ ให้น้าปอยหนัก 40 บ้าง" งานนี้หัวเราะคิ๊กคักสิ ถ้าเราหนัก 40 จริง หุ่นดี สแลนเดอร์นะจ๊ะ

เด็กกำลังกินกำลังนอนก็อย่างเงี้ย....... เอาเป็นว่าน้ำหนักอย่าตามน้าปอยทันละกันน๊า

 

เพ้นท์เล็บอีกแล้วจ้า  คราวนี้มาในคอนเซ็ป "สวน[เกือบสวย]ในหน้าฝน" ต้อนรับปลายฝนต้นหนาวสุดเหงา ชอบลายนี้มากทีเดียว รักษาไว้เป็นเดือนก่อนที่จะลบทิ้งเพราะต้องผ่าตา

มีแต่คนทักว่า(แนวประชดรึป่าว)ให้ไปเปิดร้านเพ้นเล็บซะ (ตาพังก็ยังสามารถเนอะ) แต่ตอนนี้ต้องตัดเล็บให้สั้นๆ โล่งๆ เข้าไว้ เผื่อโดนเข้าห้องผ่าตัดอีกเมื่อไหร่จะได้ไม่เสียดาย

 

 

หลังจากผ่าตาขวา พักอยู่ที่ ร.พ. 5 วัน กลับบ้านกินๆนอนๆ (ต้องนอนคว่ำหน้า) หยอดยา ทุก 4 เวลา ใส่ฝาครอบตา(เอะรูปร่างคุ้นๆ ขอพยาบาลมา 2 อัน ขอข้างซ้ายด้วย โดนถามคืนจะเอาไปทำอะไรนักหนา(ยะ)) ระวังอย่าให้น้ำเข้าตา ล้างหน้าสระผมเองก็ไม่ได้ ผ่านไป 19 วัน ในที่สุดก็ถึงเวลากลับไปตรวจกับอาจารย์หมอวันที่ 10 พ.ย. ลุ้นระทึกว่าการตรวจกับเครื่อง oct จะได้ผลยังไง น่ากระโดดดีใจที่สุด จุดรับภาพจอประสาทตาข้างขวาดูดีขื้น การมองเห็นกว้างขึ้น แต่ยังเบลอๆ อ.ให้ใจเย็นๆ 3 เดือนจะเห็นผล ส่วนตาซ้ายบวมขึ้นมาจากเดิมอีกแต่ก็ไม่มากใช้ยา(เป็นกำๆ)ไปก่อน รออีก 1 เดือนค่อยติดตามผล

การผ่าตาครั้งแรกในชีวิตเป็นยังไงจะไล่เป็นข้อๆ นะคะ

1.ถึงแม้ว่าโรงพยาบาลรัฐจะไม่สะดวกสบายเหมือนเอกชน ในเรื่องการจองห้องพิเศษที่ยากมาก รอคิวตรวจนาน อาหารไม่อาหย่อยแล้วจะสำคัญอะไร สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ค่าใช้จ่ายก็ไม่เว่อร์เป็นแสนๆ ไม่จิ้มน้ำเกลือทันทีที่แอดมิด รักษาและใช้ยาตามความจำเป็นเท่านั้น ความชำนาญในการรักษาและการดูแลให้ความรู้หลังผ่าดีกว่าเยอะ ยืนยัน

 2.ก่อนเข้าห้องผ่าตัดไม่กังวลอะไรเลย เพราะเข้าไปฉีด Avastin บ่อยๆ ในห้องมีคุณหมอ 3 ท่าน อ.หมอ 1 ท่าน และก็มี จนท. ท่านอื่นๆ เยอะจัง แต่ๆๆ การผ่าครั้งนี้เจ็บมากๆ เหมือนว่ายาชาจะหมดฤทธิ์ไว รู้สึกว่าฉีดไป 3 เข็ม ผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นทรมานดี ตัดกรรม ร้องจนคุณหมอปูเป้สุดน่ารักของเราบอกว่า "อย่าร้องน๊า หมอใจไม่ดี"  อ.เจนจิตใจแข็งมากๆ ลงมือไม่ยอมหยุด ใช้ยาสลบไม่ได้จะเป็นอันตรายมากเกินไป จะใช้กับคนที่พูดไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ โวยวาย ไม่ยอมผ่าเท่านั้น นี่แสดงว่าเรายังพูดรู้เรื่องอยู่หรอนี่

3.สรุปผ่าครั้งนี้ทำหลายอย่าง ผ่าลึกถึงประสาทตา ฉีดAvastin ยิงเลเซอร์ ใส่ก๊าซ ฯลฯ ออกจากห้องผ่ามาน้ำตาท่วมหมอนอยู่พักใหญ่ นอนคว่ำโอดโอยอยู่ 2 คืน แล้วก็กลับมาซ่าเหมือนเดิมแม้ตามันจะเหลือข้างเดียว

ผ่านมาถึงตอนนี้เอาฝาครอบตาอุลต้าแมนออกได้ ไม่ต้องแปลงร่างแล้วดีใจจัง ทำงานได้สะดวกขึ้นจ้า

ใช้มือถือเก็บบรรยากาศมานิดหน่อยตอนอยู่ห้องรวม ไม่กล้าถ่ายเยอะ เดี๋ยวโดนดุ"ว่าเป็นสถานที่ราชการ"

 

 

ช่างกล้าเนอะ  ตอนแอคท่าน้องปิ๊กมันถาม "ถ้าพยาบาลเข้ามาพอดีจะอายมั้ยนี่"

 

 

ดีใจจังเลยได้รับโอกาสไปสอนศิลปะน้องๆ อนุบาล 2 ที่โรงเรียนแม่ เพราะอีกไม่นานน้องๆ จะเข้าร่วมประกวดความสามารถทางศิลปะระดับเขตไม่ว่าจะเป็น ฉีกปะ ปั้นดินน้ำมัน วาดภาพ เต้นรำ ปอยรับผิดชอบในการฝึกวาดภาพจ้า

วันแรกที่คัดตัวชุลมุนมั่กๆ เด็กๆ ซน วิ่ง มั่นใจในตัวเองเหมือนแทคทีมกันมาเล่นวอลเล่ย์บอล สนุกสนาน เฮฮา ตามพัฒนาการทางด้านสมองของช่วงวัยนี้ แต่ก็เก่งหลายคนนะนี่ และแล้วในที่สุดก็คัดออกมาได้สองคนคือ...... น้องบอสและน้องการ์ตูน

 

โจทย์หัวข้อที่กรรมการตกลงกันคือ โรงเรียนของฉัน (งือ อีกกกกละ เมื่อไหร่จะเปลี่ยนมั่งนี่) มีเวลาให้ 3 ชั่วโมง สีที่ใช้วาดต้องเป็นสีเทียนล้วนๆ ใช้สีชอร์คผิดกติกา ห้ามร่างด้วยดินสอ งานนี้เลยต้องหาสีเทียนที่ระบายสวย สีสด และมีหลายขนาดเป็นการใหญ่ ฝึกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน เพื่อสร้างใยสมองและให้เกิดความชำนาญ

น้องบอส

น้องบอสตอนเจอกันใหม่ๆ เป็นเด็กเรียบร้อย พูดน้อย แต่มีพรสวรรค์ทางสมองซีกขวาเด่นชัดกว่าเพื่อนๆ วัยเดียวกันมาก นานๆ ปอยจะเจอแบบนี้ซักคน พี่ชายบอสอยู่ ป.4 ก็เก่งเช่นเดียวกันเรียกได้ว่าเก่งกันทั้งบ้านโชคดี.....คุณแม่น้องก็สนับสนุนความสามารถในการวาดรูปด้วย บอสเคยกระซิบกับปอยด้วยเสียงเบาๆ ว่า "บอสไม่ชอบระบายสีเทียนเลย บอสชอบสีไม้มากกว่า" อะไม่เป็นไรจ้า ฝึกกันได้เนอะ  (บังคับแบบอ่อนโยน)

บอสมีจินตนาการสูง วาดรูปเด็กแตะฟุตบอลและแอคชั่นอื่นๆ ได้อีก ปอยเคยถามบอสว่าฝึกมาจากไหนนะ หรือว่าวาดตามพี่รึเปล่า คำตอบของบอสทำให้ปอยประหลาดใจ บอสบอกว่าไม่รู้คิดได้เอง แถมคุณครูประจำชั้นบอกว่าน้องชอบระบายสีโทนเดียวกัน เบาๆ ไม่จัดจ้าน แนวคลาสสิค โอ้วววว........

พอคบ.... เอ้ย....รู้จักกันได้สักพักบอสก็แสดงตัวตนออกมาน่ารัก น่าเอ็นดูมาก บอสเหมือนศิลปินอารมณ์ติส ไม่อยากวาดก็จะนอนย้วยเหยียดยาว เล่นของเล่น ออกไปวิ่งเล่น ใครว่าบอสพูดน้อยสนิทกันก็จะรู้ เคยหอบขนมให้เด็กๆ เป็นกำลังใจหลายครั้ง บอสคงสงสัยถามปอยว่า "บ้านครูปอยนี่ รวยมากรึงัย" ......เดี๊ยๆ ยึดขนมเลยนี่..555

น้องการ์ตูน

การ์ตูนตาแป๋วแว๋วบอกเราว่า"หนูอยากไปประกวดวาดรูปจริงๆ นะค๊า" เป็นเด็กมีสมาธิอยู่นิ่งกว่าใครๆ กล้ามเนื้อมือแข็งแรงระบายสีเทียน (แข็งเหมือนหิน) ออกมาได้สีสันหรรษา สดสุดๆ แต่วาดรูปไม่เป็น (เออออ อันนี้เหมือนปอยตอนอนุบาลเลยแฮะ)

 

พอฝึกไปไม่นานการ์ตูนก็วาดออกมาได้น่ารัก  แต่การ์ตูนจินตนาการไม่ค่อยเก่งวาดตามที่ฝึกเท่านั้น แต่วาดเสร็จทุกรูป ไม่เหมือนบอสจอมซ่าดองไว้หลายชิ้นละนะ ช่วงหลังๆ เริ่มติดปอย มาโรงเรียนกระเป๋ายังไม่ทันเก็บจะถามหาปอยเป็นคนแรก จนถูกคุณครูแซว ถ้าได้ที่ 1 คุณครูจะให้รางวัลตั้ง 100 บาทแน่ะ การ์ตูนนี่ตื่นเต้นใหญ่ นี่ที่ฝึกๆ มาอยากได้รางวัลช่ายม๊ายเนี่ยะ

 

ยังไงก็ต้องคัดเหลือคนเดียว ปอยปรึกษาแม่และคุณครูท่านอื่นๆ ว่าจะเลือกใคร ปอยเลือกไม่ถูกจริงๆ หลายเสียงลงความเห็นว่าให้ เจ้าการ์ตูนลงแข่งขัน เพราะหายากที่เด็กอนุบาลจะมีสมาธินั่งนิ่งๆ วาดรูปให้เสร็จอยู่ได้เป็นชั่วโมงๆ และอีกอย่างอันนี้ปอยคิดเองนะ อนาคตการ์ตูนจะไม่ค่อยได้รับโอกาสได้ลงสนามเท่าไหร่นัก แต่บอสจะได้รับโอกาสมากกว่าตอนที่ขึ้นประถมและใช้สีไม้ที่บอสถนัด ถึงเวลานั้นบอสจะเป็นคู่แข่งในสังเวียน (อย่างกะจะส่งไปแข่งมวย) ที่น่ากลัวคนนึงเลยทีเดียวหล่ะ

ถึงวันวันที่ปอยไปส่งการ์ตูน(พ่วงเจ้าบอสไปแอ่วด้วย)ที่สนาม ไม่กดดันการ์ตูนนะ บอกว่าไม่ต้องได้ที่ 1 เสมอไปหรอกให้เรามีความสุขก็พอแล้ว

แต่ที่สนุกมาก พอถึงเวลาวาดจริงๆ การ์ตูนสมาธิแตก (เหมือนเราอีกแล้ว) รีบวาดๆ ออกไปกินน้ำ-ขนม เข้าห้องน้ำตลอด น้องบอสก็เล่น-วิ่งเกรี๊ยวกร๊าว เสียงดังยั่วอยู่หน้าห้องแข่ง (อย่าซนมากนะ ขืนเป็นอะไรไปครูปอยยังหาพ่อพันธุ์ผลิตคืนแม่บอสไม่ไดเน่อ ฮ่วย....) การ์ตูนนี่รีบๆ เร่งๆ ให้เสร็จ ผลงานเลยไม่เหมือนตอนที่ซ้อม อิอิ ออกมานะหน้าเครียดหัวยุ่งเลย ปอยเลยชวนร้องเพลง กินขนม พอให้หายเครียดบ้าง ผลออกมาการ์ตูนได้ที่ 3 การ์ตูนดูผิดหวังเล็กๆ โอ้ยแค่นี้ก็เก่งกันมากๆ แล้วจ้าเด็กๆ ไม่เป็นไรหรอกจ้าหนูเพิ่งเกิดมาได้ 5 ปีเองนี่นา ปอยเองก็เว้นไม่ได้สอนเด็กเล็กมาหลายปี กลับมาอีกทีเด็กๆ ก็ยังน่าฟัดเหมือนเดิม....

บอกได้คำเดียวงานนี้เฮฮาค่า............